วิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ

ANT Smart Center

ระบบติดตามผลการเรียน (ข.ร.) และสารสนเทศองค์กร

© 2026 งานศูนย์ข้อมูลดิจิทัลและสื่อสารองค์กร
วิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ

ประกาศล่าสุด

ข่าวสารประชาสัมพันธ์จากวิทยาลัย

ข่าว
แจ้งให้ทราบ (ทั่วไป) 22/06/2026

กฎหมายลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

กฎหมายลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทยคุ้มครองโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นงานวรรณกรรมตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓٧ ผู้ใช้งานจำเป็นต้องปฏิบัติตาม Software License ของซอฟต์แวร์นั้นๆ การทำซ้ำ ดัดแปลง หรือใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งมีบทลงโทษทางกฎหมายทั้งปรับและจำคุก 0.5.1, 0.5.11สาระสำคัญของกฎหมายสถานะทางกฎหมาย: ซอฟต์แวร์ (รวมถึงซอร์สโค้ดและ Object code) ได้รับการคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ขึ้น โดยจัดเป็น "งานวรรณกรรม" ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗การใช้งานที่ทำได้ (ข้อยกเว้น): ผู้ซื้อมาอย่างถูกต้องมีสิทธิ์ทำสำเนาในจำนวนที่สมควรเพื่อการบำรุงรักษาหรือป้องกันการสูญหาย แต่ไม่อนุญาตให้นำไปแจกจ่ายหรือใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เกินจำนวนสิทธิ์ที่ระบุในสัญญาอนุญาต 0.5.4, 0.5.10รูปแบบสัญญา (Software License):Commercial (ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์): ต้องซื้อสิทธิ์และปฏิบัติตามเงื่อนไข 0.5.6Freeware/Open Source: ใช้งานได้ฟรี แต่อาจมีเงื่อนไขเรื่องการห้ามนำไปจำหน่ายต่อหรือต้องเปิดเผยโค้ด 0.5.6, 0.5.8บทลงโทษสำหรับการละเมิดลิขสิทธิ์การละเมิดโดยตรง: โทษปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท หากทำเพื่อการค้ามีโทษจำคุก 6 เดือน - 4 ปี หรือปรับ 100,000 - 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 0.5.1นิติบุคคล: หากบริษัทหรือองค์กรกระทำความผิด กรรมการหรือผู้จัดการอาจต้องรับโทษร่วมด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนเองไม่มีส่วนรู้เห็น 0.5.2สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรืออ่านรายละเอียดกฎหมายฉบับเต็มได้ที่เว็บไซต์ของ กรมทรัพย์สินทางปัญญา
นายสุภัตต์ วัตรสาร
PDF
ข่าว
แจ้งให้ทราบ (ทั่วไป) 22/06/2026

การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับซอฟต์แวร์

ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นสิทธิทางกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองต่อผลิตผลทางความคิดของมนุษย์ ซึ่งแม้จะเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่อาจมีมูลค่ามหาศาล และสามารถถูกนำไปใช้ในการกำหนดแนวทางในการประกอบธุรกิจของผู้ที่เป็นเจ้าของสิทธิ และสามารถที่จะห้ามบุคคลอื่นในการกระทำที่มีลักษณะเป็นการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาได้ด้วย การสร้างสรรค์โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์ ย่อมนับได้ว่าเป็นผลิตผลทางความคิดของมนุษย์อย่างหนึ่ง แต่ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับซอฟต์แวร์มีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า หรือแม้แต่ความลับทางการค้า ซึ่งมีความซับซ้อนและเกี่ยวพันกัน ผู้เขียนได้รวบรวมปัญหาที่พบจากประสบการณ์ทำงานและการให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และประมวลมาเป็นเรื่องน่ารู้ที่ผู้ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ควรทราบ และอาจถือเป็นแนวทางในการประกอบธุรกิจต่อไป ดังนี้
1. ซอฟต์แวร์เป็นงานวรรณกรรมที่ได้รับความคุ้มครองโดยไม่ต้องจดทะเบียนแต่มีระบบแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา
2. แนวความคิดในการทำงานของซอฟต์แวร์ (function/feature) ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์
3. ซอฟต์แวร์ไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายสิทธิบัตร
4. Source code สามารถได้รับคุ้มครองโดยทั้งกฎหมายลิขสิทธิ์และกฎหมายความลับทางการค้า
5. นายจ้างและผู้ว่าจ้างมีสิทธิในการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ต่างกัน
6. การทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในซอฟต์แวร์ หากมีการกำหนดให้เปิดเผยหรือส่งมอบ source code ควรมีข้อกำหนดเรื่องการรักษาความลับให้ชัดเจน
7. การทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในซอฟต์แวร์ ย่อมไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นได้ด้วย
8. ควรระลึกอยู่เสมอว่าซอฟต์แวร์แทบทุกชนิดเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์
9. แบรนด์หรือโลโก้ ที่ใช้เรียกซอฟต์แวร์ควรนำไปจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า
10. การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศมีความจำเป็นสำหรับซอฟต์แวร์ที่ต้องการนำไปอนุญาตให้ใช้ต่อ (license) ในต่างประเทศ
นายสุภัตต์ วัตรสาร
PDF
ข่าว
แจ้งให้ทราบ (ทั่วไป) 15/06/2026

ทำความรู้จักกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ฉบับเข้าใจง่าย

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นทรัพย์สินล้ำค่า การรักษาความเป็นส่วนตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA (Personal Data Protection Act) จึงถูกตราขึ้นเพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ไม่เพียงเพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของปัจเจกบุคคล แต่ยังยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลในประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลอีกด้วย

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจสาระสำคัญของ PDPA อย่างง่ายๆ ใน 7 หัวข้อ พร้อมตารางสรุปให้เข้าใจทันที

1. PDPA คืออะไร และทำไมต้องมีกฎหมายนี้?
PDPA คือพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (บังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565) เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน และกำกับดูแลการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะในภาคธุรกิจหรือภาครัฐ โดยมีหลักการพื้นฐานคือให้ความสำคัญกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject) เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในโลกยุคดิจิทัล
การบังคับใช้กฎหมาย PDPA ทำให้ทุกองค์กรที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจำเป็นต้องปฏิบัติตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งวัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) การดำเนินการให้เกิดความชอบธรรมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (lawful basis of processing) การจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (Security) และการตอบสนองต่อคำร้องของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลส่วนบุคคล เป็นต้น
ข่าว
แจ้งให้ทราบ (ทั่วไป) 15/06/2026

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) คือ กฎหมายที่ให้สิทธิกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สร้างมาตรฐานความปลอดภัย และกำหนดให้องค์กรต้องนำข้อมูลไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับความยินยอม เพื่อป้องกันการถูกละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวสาระสำคัญและหลักปฏิบัติเบื้องต้นของกฎหมาย ประกอบด้วย:ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร: ข้อมูลใดๆ ที่ทำให้ระบุตัวตนบุคคลได้ (เช่น ชื่อ, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, เลขบัตรประชาชน) รวมถึงข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน (เช่น ข้อมูลสุขภาพ, ประวัติอาชญากรรม)สิทธิของเจ้าของข้อมูล (8 สิทธิ): เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในการเข้าถึง ขอแก้ไข คัดค้าน ขอให้ลบหรือทำลาย ถอนความยินยอม และขอโอนย้ายข้อมูลของตนเองได้หน้าที่ขององค์กร (ผู้ควบคุมข้อมูล): ต้องแจ้งวัตถุประสงค์และขอความยินยอมก่อนเก็บรวบรวมข้อมูล พร้อมทั้งจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และหากเกิดการรั่วไหลต้องแจ้งสำนักงานฯ ทราบภายใน 72 ชั่วโมงบทลงโทษ:โทษทางอาญา: จำคุกสูงสุดไม่เกิน 1 ปี หรือปรับสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท (สำหรับความผิดเกี่ยวกับข้อมูลละเอียดอ่อน)โทษทางแพ่ง: ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่เจ้าของข้อมูล และ โทษทางปกครอง ปรับสูงสุดตั้งแต่ 1 ล้านถึง 5 ล้านบาทสามารถศึกษารายละเอียดฉบับเต็มได้ทาง ราชกิจจานุเบกษา หรือติดตามแนวปฏิบัติเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์หลักของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)
PDF